"ถ้าพูดไป เขาไม่รู้ อย่าขู่เขา ว่าโง่เง่า งมเงอะ เซอะหนักหนา ตัวของตัว ทำไม ไม่โกรธา ว่าพูดจา ให้เขา ไม่เข้าใจ ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด ...ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน ตนแชเชือน ใครจะเตือน ให้พ้นภัย..

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

อานุภาพของการสะสม

ด้วยวัยอายุที่ 50 ว่ากันว่า
ผ่านโลกมาเกินครึ่งทาง (ชายไทยอายุเฉลี่ยที่ 80 หญิงไทยที่ 85)
มีเรื่องการสะสมมาเล่าให้วัยรุ่น ๆ ฟัง
- การสะสมผงชูรส
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ โมโนโซเดียมกลูตาเมท อาการของโรคของปลายนิ้วชา เรียกง่าย ๆ ชามือ ชาเท้า คนวัยเดียวกันก็เริ่มออกอาการ บางคนเป็นหนักก็เป็นโรค "แพ้ผงชูรส" ปากคอร้อน แก้ม หน้า ร้อน
คงเริ่มสะสมกันตั้งแต่เข้าเรียน ปี 1 จาก มาม่า เพราะ ง่ายดี
แต่ปัจจุบันจะเห็นว่า วัยรุ่นสะสมผงชูรสในร่างกายตั้งแต่อายุยังน้อย ขนมขบเคี้ยว ซุปก้อนปรุงอาหาร อาหารสำเร็จรูป
(โชคดี ที่บ้านมักจะทำอาหารทานกันเอง ไม่ใช้ชูรส ร้านอาหารประจำ ๆ ก็ขอเขาไม่ใส่)
- การสะสมกาแฟ (คาแฟอืน)
คาแฟอีน เป็นตัวกระตุ้นให้ตื่น หัวใจถูกกระตุ้นให้สูบฉีดเลือดเร่งกว่าปกติ (คงจำได้กาแฟแก้วแรก หัวใจเต้นตุบตับ) เส้นเลือดถูกขยายตัว ทำให้เปราะบาง แตกง่าย
คนวัยครู ก็ทยอยเป็นโรคความดันโลหิตสูง (ก็กระตุ้นกันมาทุกๆ วัน) เส้นเลือดฝอยแตก กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ
ก็คงเริ่มดื่มตอนเรียน ปี 1 อีก แต่เอาเป็นจริงเป็นจัง ตอนทำงาน ตอนเป็นหนุ่ม เป็นสาว ออฟฟิศ เท่ห์ดี
(โชคดีครูดื่มกาแฟไม่เป็น ดื่มแล้วใจเต้น นอนไม่หลับ)
- การสะสมของไขมัน
หรือโรคอ้วน สูตรคำนวณง่าย ๆ สำหรับชายเอา 105 ไปลบออกความสูง เป็นน้ำหนักที่เหมาะสม ก็ได้มาจาก ข้าวขาว (ไม่น่าเชื่อว่าทานข้าวขาวแล้วอ้วน) จาก หมูติดมัน จากขนมขบเคี้ยว โรคที่ตามมา ไขมันเลวในเลือดสูง กรดยูริคสูง (เป็นโรคเจ็บกระดูก) ครอเลสโตรอลสูง ความดันสูง
โรคนี้มีอีกชื่อว่า โรคกินดีอยู่ดี
ตอนเริ่มเป็น ก็รีบปรับนิสัยการทาน เปลี่ยนข้าวขาว เป็นข้าวกล้อง ลด ละ เลิก เนื้อติดมัน ทานผักเยอะ ๆ ทานน้ำเยอะ ๆ ลด ละ เลิก อาหารสำเร็จรูปทุกอย่าง กว่าจะลดได้ ต้องใช้เวลาพอควรเพราะทานจนเป็นนิสัยแล้ว
- โรคจากแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นศัตรูตัวร้ายกับเซลสมอง ไปทำลายเซลสมอง ที่สมองส่วนหน้าจะทำให้คิดช้า ตอบสนองช้า เพื่อนครูหลายคนที่ติดเหล้า ตอนนี้ก็ประมาณผีดิบเดินได้
ไปทำลายสมองส่วนหลังคือความจำ จำได้แย่ลง ๆ จำได้อย่างเดียวคือ ต้องดื่ม ต้องดื่ม
ส่วนตับ ไต ใส้ พุง ไม่ต้องพูดถึง ได้ยินจนเบื่อ
พวกนี้ก็เริ่มดื่มกันตอนเรียน มหาลัย เหมือนกัน และเริ่มติด ตอนทำงาน
แต่พวกเราที่เริ่ม ก็คงเริ่มกันเร็วกว่านี้ การสะสมก็จะส่งผลเร็วกว่ารุ่นของครู
- โรคจาก บุหรี่ คงไม่ต่างจากแอลกอฮอล์ แต่ผลจะรุนแรงกว่า เจ็บปวดกว่า ปอดเป็นรูพรุน หลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ คุณภาพชีวิต แย่ลงมาก
วัยรุ่นปัจจุบัน มีค่านิยมในการดื่มที่รุนแรงมาก การสูบก็มากตาม เพราะเป็นของคู่กัน
ไม่เว้นท่านหญิง และ ท่านชาย น่ากลัวมาก

สมัยครู ก็เริ่มกันตอนเรียนมหาลัย สะสมกันไปเรื่อย ๆ  ๆ จนมากพอที่จะออกอาการ แล้วการรักษาก็ไม่ง่าย ไปจนถึง ไม่มีทางรักษา ต้องคอยบรรเทาอาการไปวันๆ  เท่านั้น

ในทางกลับกัน ครูได้สะสมความรู้ต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน เช่น ภาษาอังกฤษ ครูท่องศัพท์มาตั้งแต่ตอน ม.ปลาย เตรียมสอบ entrance เรือยมา พยายามหาสื่อภาษาอังกฤษอ่าน
เช่น ง่าย ๆ ก็อ่าน student weekly ต่อมาก็เป็น Bangkok post เป็น นิตยสารอังกฤษ วารสาร
ฟังรายการวิทยุ โทรทัศน์ ภาษาอังกฤษ
ยิ่งตอนนี้ หาสื่อเหล่านี้ง่ายมาก ๆ จน น่าอิจฉาเด็กสมัยนี้
อ่านข่าวสาร บ้านเมือง ปรัชญา ความคิด จนพอจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังได้บ้าง เวลาลูกหลานมาถาม

เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ตอนเรียน ปี 3 นับได้ว่าช้ามาก เมื่อเทียบกับท่านทั้งหลายที่มี "โอกาส" ใช้งานตั้งแต่เด็ก
จนพอจะมีความรู้สอนวิชาคอมฯ พื้นฐานได้บ้าง
และอื่น ๆ

ท่านทั้งหลาย จะสะสมอะไรดี อะไรที่จะได้ใช้่ในอนาคตอันใกล้ และ อันไกล

6 ความคิดเห็น:

  1. ครับ ชอบตรงโรคจากบุหรี่นี้แหละ

    ประสบการณ์จริงเลยครับ

    เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่ ม.3 เพราะเท่ดี เพื่อนยอมรับ เป็นขาโจ๋ สาวๆชอบ ^^

    ขึ้น ม.4,5,6 เริ่มหนักเอาขึ้นทุกปี ดื่มสุรา ลองของ...บ้างเป็นบ้างครับ สูบบุหรี่

    หนักขึ้นทุกวันจากวันละ 1 เป็น 2 3 4 5 จนถึง 1 ซอง = 20 ม้วน

    เข้ามหาลัยเริ่มแสดงอาการ ไอเป็นเลือด นีกว่าเป็นไข้หวัด เดี๋ยวก็หาย

    ผ่านมาได้ 2 ปี รวมแล้วเป็น 7 ปี ไม่สบายอีกครั้ง ทีนี้หนักเลย ไอเรื้อรัง

    พ่อพาไปหาหมอ ได้ยามาทานทานจนครบ ไม่หาย!! เลยคัดสินใจไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสวนดอกเอาตรวจทุกอย่าง

    คุณหมอบอกว่า ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ แล้วก็ถุงลมในปอดเสื่อมสภาพ นอกจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน โอ็โหทีนั้นละครับ

    ต้องเลิกเลย แต่การจะเลิกไม่ได้ง่ายเหมือนต้องลองครั้งแลกใช้เวลานานมากกว่าจะเลิกได้อันนี้แล้วแต่วิธีใครวิธีมันนะครับ

    ส่วนของผมอาศัยจังหวะไม่สบายหนักๆไม่สูบติดต่อกันมาหลายวัน
    แล้วก็ไม่ใกล้พวกที่สูบบุหรี่ ต้องใช้ความพยายามแล้วความอดทนที่สุดในชีวิต

    แล้วชีวิตก็จะดีขึ้นครับ หน้าตาสดใสขึ้น เรียนได้ดีขึ้น โรคต่างๆลดน้อยลง

    ปล.เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านที่คิดจะลองสูบบุหรี่หรือที่สูบบุหรี่อยู่เลิกเถอะครับ
    ค่านิยมมันเปลี่ยนไปแล้วครับ แล้วอีกอย่างสมัยนี้คนที่สูบบุหรี่ก็ไม่เป็นที่
    ยอมรับของสังคมแล้วครับ ไม่เชื่อคุณลองสูบบุหรี่ที่คนเดินผ่านสิครับ 9 ใน 10 คน จะส่งสายตารังเกียจมาทางคุณทันที

    อาจจะยาวไปหน่อยแต่เห็นเรื่องการสูบบุหรี่แล้ว อยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆได้รู้จากประสบการณ์ของผมจริงๆ ถึงโรคภัยจะเกิดจากการสูบบุหรี่

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. น่าจะวงเล็บไว้ข้างท้ายว่า (ความสามารถส่วนบุคคล ห้ามเลียนแบบ) อะไรประมาณนี้ คนเราเกิดมาก็ต้องลอง ลองผิด ลองถูก จะอยู่ที่ว่าลองผิดแล้วรู้ว่าผิด และอยากจะยุติมัน ภาพยนตร์เรื่อง The Insider เปิดโปงพฤติกรรมของบริษัทฯ ค้าบุหรี่ที่ให้เงินแก่ผู้สร้างภาพยนตร์เพื่อให้ดารานำแสดงมีฉากสูบบุหรี่ยี่ห้อของตนในภาพยนตร์นั่น
      ผู้ชม โดยเฉพาะวัยรุ่น ก็จะได้ภาพจำ และอยากทำตามโดยไม่รู้ตัว
      ที่จะเลิกต่อไปก็คงเกี่ยวกับ website แนะนำที่ผ่านมาใช่ไหมเอ่ย

      ลบ
    2. อันนั้นมันต้องใช้เวลาครับ!!

      แต่กำลังคิดทบทวนอยู่ครับ

      ขอบคุณมากครับที่มีความหวังดีให้ผม

      lol

      ลบ
    3. เวลามีเยอะๆ นะ ตกลงว่าจะใช้มันนะ เริ่มนับเวลาไปถึงวันที่จะยุติได้

      ลบ
  2. การเป็นโรคใครๆก็ไม่อยากเป็นครับ แต่ว่าทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้โทษแต่ก็ยังลองกันอยู่ (บุหรี่และแอลกอฮอลล์) ซึ่งไม่มีใครสามารถช่วยใครได้ นอกจากตัวเราเอง ต้องคิดให้ดีว่าทำแล้ว ได้ประโยชน์อะไรเข้ามาสู่ร่างกายบ้าง (คำตอบคือ ไม่เลย) มีแต่ผลเสียทั้งนั้น แต่คนก็ยังมีค่านิยมที่ผิดๆกันอยู่ อาจเป็นเพราะต้องเข้าสังคมด้วยเลยทำให้อยากรู้อยากลอง บทความนี้ดีครับอ่านแล้วเตือนสติให้คิดมากขึ้น ทำอะไรให้ใช้สติและปัญญาคิดก่อนให้ดี

    ตอบลบ