"ถ้าพูดไป เขาไม่รู้ อย่าขู่เขา ว่าโง่เง่า งมเงอะ เซอะหนักหนา ตัวของตัว ทำไม ไม่โกรธา ว่าพูดจา ให้เขา ไม่เข้าใจ ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด ...ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน ตนแชเชือน ใครจะเตือน ให้พ้นภัย..

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

อยู่รอด และ เจริญเติบโต

ใครอยู่ย่านหนองหอย แถวนั่นจะมี บะหมี่อร่อยอยู่ 2 ที่
ได้แก่ ลำปางเลิศรส และ ลูกชิ้นปลาราชวงศ์ (อย่างว่าละครับ คนไทย เราชอบชิม ชอบทานอยู่แล้ว สมกับคำว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" อยากกินก็ได้กินไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน)
ทั้งสองร้าน ลูกจ้างเกือบทั้งร้านเป็นชาวต่างชาติหมด เวลาจะสั่งก็ต้องสั่งช้า ๆ ชัด ๆ
พนักงานเหล่านี้ ทำงานได้ทุกตำแหน่ง จากเก็บ ไปเสริฟ จนถึงปรุง ถึง ทำ
แต่ทุกคนเริ่มงานตำแหน่งเดียวกันหมดเลย คือ เสริฟกับล้างจาน
คนเหล่านี้ จากบ้านจากเมืองมาแบบเลือดตาแทบกระเด็น หนีสงคราม หนีทหาร ลักลอบเข้าเมือง
ทุกคนมีวัตถุประสงค์เหมือนกันคือ
อยู่รอด และ เจริญเติบโต
ถ้าเขาต้องการเพียง "อยู่รอด" เขาก็จะล้างจาน และ เสริฟ ไปตลอดอายุขัย
แต่เขา ต้องการ "เจริญเติบโต" ด้วย และ ต้องการมากด้วย เป็นเป้าหมายสูงสุด
ดังนั่น
ทุก เวลาที่เขาทำงาน เขาจะดูเจ้านายที่กำลังทำงานสูงสุดของร้าน คือ ทำ คือ ปรุง บะหมี่บ้าง ก๋วยเตี๋ยวบ้าง ข้าวหมูแดง บ้าง หมูกรอบ บ้าง ดูอย่างตั้งใจ ดูอย่างเก็บรายละเอียด
จนจำได้ทุกขั้นตอน อย่างแม่นยำ แล้ว
รอ รอ รอ ......โอกาส
โอกาส แบบว่า

บ่ายแก่ ๆ วันหนึ่ง ไม่มีลูกค้าในร้านขณะนั่น
แล้วก็ ......ลูกค้าเข้าร้าน 1 คน
เจ้านาย นั่งดูทีวีรายการโปรด โอกาสมาแล้ว
เขารีบรับรายการ ........ บะหมีแห้ง  (ในใจคิด สบายมาก)
เขาเดินเข้าประจำที่..ที่เจ้านาย ยืนทำบะหมี่
ส่งสายตากับเจ้านาย บอกเป็นนัย ๆ ว่า ขอผมทำนะ ผมทำได้ สบายมาก
และไม่รอให้เจ้านายตอบ ก็คว้าอุปกรณ์ ลงมือทำกันเลย

"โอกาส" แรกมาถึงแล้ว เขารีบหยิบฉวย และทำได้ดี ได้โอกาส "เจริญเติบโต" แล้ว
เขาได้รับความไว้วางใจ ทำบะหมี่ ได้  ทำ ข้าวหมูแดงได้ และ รายการอื่น ๆ ในร้าน
และก็ได้โอกาส ทำเส้นบะหมี่เป็น   ย่างหมูแดงเป็น
ทำทุกอย่างแทนเจ้าของร้านได้
ในใจเขาพองโต ประสบความสำเร็จแล้วเรา รอเก็บเงินอีกก้อนหนึ่ง แล้ว ....
ฉันจะกลับบ้าน เปิดร้านบะหมี่ หมูแดง ของฉันเอง
เป็นเจ้าของกิจการ
สร้างครอบครัว สร้างฐานะ
ขอบคุณ เจ้านาย  ขอบคุณประเทศไทย ที่ให้โอกาสฉัน ให้ฉันได้อยู่รอด และ เจริญเติบโต

ใช่ว่า ชาวต่างชาติเหล่านี้
จะมาด้วยหัวใจ "อยู่รอด" และ "เจริญเติบโต" กันทุกคน
บางคน ก็ขอแค่ "อยู่รอด" ไปวัน ๆ
เขาก็ได้สิ่งที่เขาต้องการ
พอถึงเวลาจะกลับบ้านเกิด ก็ไปทำเพียงแค่ "อยู่รอด" ที่นั่นต่อ
โอกาส ผ่านไปยังทุก ๆ คน บางคนฝึกฝน ๆ ๆ จนพร้อมที่จะ "คว้า" "โอกาส"
เพราะมันอาจเป็นโอกาสเดียวในชีวิต เลย ก็ว่าได้

สำหรับเขา แผนที่ชีวิตต้องสร้างเอง ไขว้ขว้าเอง

สำหรับตัวนักศึกษาละ เปรียบเทียบกับชาวต่างชาติดูซิ ใครได้เปรียบใคร
ท่านเรียนแค่ รอดไปวัน ๆ หรือ มีเป้าหมายที่ชัดเจน มุ่งมั่น
ชีวิตในมีแผนที่การเติบโต ชัดเจนกว่ากัน
ใครโชคดีกว่าใคร
แล้ว ทำไม .......

9 ความคิดเห็น:

  1. ตีความได้ว่า...

    ขนาดชาวต่างชาติที่เขาด้อยโอกาสมากกว่าเราเขายังมีความพยายามที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นและเขายังพยายามสร้างอนาคตของเขาเองด้วย การจดจำและเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวของเขาเองทำให้เขาสามารถที่จะก้าวไปเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพนั้นเอง แล้วทำไม ? พวกเราที่มีโอกาสได้ศึกษาหาความในที่ที่เพียบพร้อมไปด้วยปัญญาจึงไม่หาโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง ปล่อยให้ชีวิตอยู่รอดไปวันๆในอนาคตข้างหน้าคงหนีไม่พ้นเป็นลูกน้องคนที่มาจากต่างประเทศแน่นอน

    ฉะนั้น การเป็นนักศึกษาควรที่จะแสวงหาความรู้ให้เต็มความสามารถของตน
    ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ในอนาคตข้างหน้าเราคงได้ใช้ความรู้ที่
    เราศึกษาค้นหามาเพื่อนประคองชีวิตให้อยู่รอดในสังคมปี 2558 อย่างแน่นอน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เขียนได้ดีนะ คนเขียนก็คงได้อ่านและเรียนรู้จากข้อเขียนของตัวเองด้วย

      เป็นความพยายามที่มีเรื่องของความยากจน ภาวะสงคราม การปกครองแบบทหาร มาเป็นแรงผลักดันที่รุนแรง บางที่เราอาจจะสบายเกินไปก็ได้ แรงผลักไม่มี ความทะยานอยาก ไม่มี หรือ มีน้อย

      ท่านอื่นไม่เข้ามาเพิ่มคะแนนป้ายด้วยข้อคิดเห็นของท่านเองบ้างเหรอ สิทธชนสะสมคะแนนป้ายไปกว่า สิบคะแนนแล้ว

      ลบ
    2. หน้าที่ ! หมูไม่ขี้เกียจนอน หนอนไม่ขี้เกียจคลาน งูไม่ขี้เกียจเลื้อย พระไม่ขี้เกียจขอ หมาไม่ขีเกียจหอน ...ท่านพุทธทาสภิกขุ

      พอดีเห็นใส่ ขอบคุณมากเลยครับ!!!

      ลบ
  2. ทำให้ต้องหันกลับมามองดูตัวเราเองก่อนเลยอย่างแรก เรามีโอกาสมากมายกว่าคนต่างชาติเหล่านี้ แต่เราก้ใช้โอกาสไม่คุ้มค่า
    แต่คนต่างชาติเค้ากลับมีความรู้ดีใจ ปลื้มใจ ที่ในวันนี้ได้มีโอกาสเรียนรู้การทำ บะหมี่ การย่างหมูแดง การทำข้าว เค้ามีโอกาสที่เรียนรู้และจดจำ เพื่อรอโอกาสที่จะก่อตั้งเป็นร้านของเค้าเอง
    เพราะฉะนั้นเราต้องไม่หยุดที่จะแสวงหาความรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน และ สักวันเราจะได้เอาความรู้นั่นมาใช้อย่างแน่นอน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เด็กบัญชี ต้องหมั่นฝึกฝน รู้จักรายการทางการค้้าทุก ๆ รายการ รู้ว่ามันจะถูกนำไป debit หรือ credit อะไรจะเพิ่ม อะไรจะลด อ่านค่าตัวเลขทางบัญชีเป็น เชี่ยวชาญ ชำานาญ เหล่านี้ล้วนมาจากการฝึกฝนทั้งสิ้น อ่านจากตำราเพียงอย่างเดียวไม่ได้นะ ฝึกเยอะ ๆ นะ หาโจทย์ทำเยอะ ๆ

      ลบ
  3. พอได้อ่านแล้วก็ทำให้รู้สึกนึกคิดขึ้นมาว่า ความจริงแล้วรอบตัวเรานั้นก็มีตัวอย่างหลายๆตัวอย่างให้เราได้เห็น ทั้งดีไม่ดี แล้วแต่เราจะเอาไปคิืด ไปประยุกต์ใช้เอง พออ่านแล้วก็แบบ กลับมาคิดถึงสิ่งที่เคยเห็นที่ผ่านมา แล้วก็นึกถึงตัวเอง แบบโอกาสก็เยอะกว่าเค้า แต่ทำไมไม่ทำสิ่งที่มีให้มันดีที่สุด ไม่ค่อยไขว่ขว้าอะไรเลย ก็เลยรู้สึกว่า ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างแล้ว ไม่ใช่ว่า จะพยายามแค่นี้ รู้สึกว่ามันไม่พอ มันน้อยไป อ่านแล้วรู้สึกคิดได้ขึ้นมาระดับหนึ่งเลยทีเดียว :)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คำว่า "รอบตัวเรา..มีตัวอย่างให้เราเห็น" ก็ทำให้ครูคิดได้เช่นกัน

      ลบ
  4. คนเราทุกคนมีความแตกต่างกันหลายๆด้าน ทั้งด้านความคิด ด้านจิตใจ และอื่นๆ ซึ่งคนเราทุกคนล้วนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดด้วยกันทั้งนั้น พอได้อ่านบทความของอาจารย์ก็รู้สึกว่า เราควรใช้โอกาสซึ่งพ่อและแม่ให้เรามาให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเรียน ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบอาชีพในอนาคตของเรา ต่างจากชาวต่างชาติที่กล่าวข้างต้นในบทความของอาจารย์ซึ่งคนเหล่านั้นล้วนดิ้นรนและต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ มากมายกว่าเราหลายเท่า ฉะนั้่นแล้วเราควรมีความตั้งใจ พยายาม อดทนและฝึกฝนให้มากๆ ทำสิ่งต่างๆด้วยความตั้งใจ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เหลือแต่เพียงพิสูจน์ที่เขียนมาด้วยการลงมือทำแล้วละ โดยเฉพาะสอบ lab ครูบอกตามตรงว่า ผิดหวังนะ เริ่มแรกก็ดี แต่เวลานานไป ๆ เห็นได้ชัดว่าการเตรียมตัวน้อยลง ๆ

      ลบ