"ถ้าพูดไป เขาไม่รู้ อย่าขู่เขา ว่าโง่เง่า งมเงอะ เซอะหนักหนา ตัวของตัว ทำไม ไม่โกรธา ว่าพูดจา ให้เขา ไม่เข้าใจ ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด ...ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน ตนแชเชือน ใครจะเตือน ให้พ้นภัย..

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ผมมันโง่

เป็นคำบ่นที่ได้ยินอยู่บ่อย กับชีวิต กับการเรียน....

ฝากบทความของ อาจารย์ คมสัน สุริยะ มาให้อ่าน

เวลาที่นักศึกษาเรียนไม่จบหรือสอบตก ก็มักจะมีคำว่า "ผมมันโง่" ปรากฎขึ้น ถามว่านักศึกษาโง่มีจริงหรือ

นักศึกษาโง่มักจะมีเหตุดังนี้

1.   ไม่สนใจเข้าชั้นเรียน
นักศึกษาที่ไม่เข้าเรียนถ้าไม่เทพจริง ๆ ก็คงไม่รอดในการสอบ บางคนอาจารย์ให้ฝึกอะไรก็ไม่ฝึก เอาแต่หลบ ๆ หลีก ๆ แบบนี้มันจะเก่งขึ้นได้อย่างไร  สาเหตุที่นักศึกษาไม่เข้าเรียนนั้นก็มีหลากหลาย บ้างก็มีเหตุผล บ้างก็ไม่มีเหตุผล   บางคนมีภาระทางบ้าน บางคนต้องไปทำงานหาเงินเรียน  บางคนทำกิจกรรมมากเกินไป   แต่บางคนก็เซ็งกับชีวิตเอาดื้อ ๆ   บางคนก็อยู่ร้านเกมส์  บางคนเอาแต่เที่ยวกลางคืนจนตื่นมาเรียนไม่ไหว

2.    บ่น
นักศึกษาที่บ่นกับทุก ๆ เรื่องในชีวิตก็เสียเวลาไปกับการบ่น ทำให้เกิดความฟุ้งซ่าน ไม่มีสมาธิที่จะพิจารณาเรื่องที่อยู่ตรงหน้าว่ามันคืออะไรกันแน่   แล้วจะเอาชนะมันได้อย่างไร   เมื่อเอาแต่บ่นแล้วไม่ลงมือทำอะไรก็ต้องแพ้ไปตามระเบียบ

3.    อกหัก
นักศึกษาที่มีแฟนแล้วอกหัก ถ้าเป็นช่วงใกล้สอบก็คงจะไม่มีจิตใจจะอ่านหนังสือสอบ บ้างก็ทำร้ายตัวเองด้วยวิธีการสารพัด   เมื่อถึงเวลาสอบก็ไม่มาสอบ

4.    โทษโน่นโทษนี่ ยกเว้นตัวเอง
ในความคิดของนักศึกษาแล้วอะไรก็ไม่ดี   ระบบการศึกษาไทยก็ไม่ดี   มหาวิทยาลัยก็ไม่ดี   อาจารย์ก็ไม่ดี   เพื่อนก็ไม่ดี วิชาก็ไม่ดี   งานในอนาคตก็ไม่ดี   เมืองที่อยู่ก็ไม่ดี   ที่พักก็ไม่ดี   อาหารก็ไม่ดี   อากาศก็ไม่ดี   สภาพการจราจรก็ไม่ดี    ในเมื่อมันไม่ดีไปหมดก็ไม่ผิดอะไรที่เขาจะสอบตก

5.    ไม่มีความรับผิดชอบ
นักศึกษาที่ขาดความรับผิดชอบไม่มีทางเติบโตได้   เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานสิ่งใดก็ไม่ยอมทำ หรือทำสักแต่ว่าทำโดยไม่เล็งผลสำเร็จของงาน   หรือ ทำแบบขอไปทีทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ   นิสัยแบบนี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนกันยาก 

6.  ไม่เป็นระเบียบ

นักศึกษาที่ปล่อยให้ชีวิตรกรุงรัง ขาดความเป็นระเบียบในการจัดสถานที่พัก โต๊ะทำงานรก จะขาดประสิทธิภาพ เพราะจะไม่สามารถจัดระเบียบให้กับวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาแล้ว   ทำให้เมื่อนำมาใช้   จะไม่สามารถทำเหมือนเปิดลิ้นชักความทรงจำออกมาได้

7.   ประมาท
นักศึกษาที่อย่างอื่นดีหมดแต่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่าติดประมาท   เห็นว่าเรื่องเรียนเป็นเรื่องเล็กน้อยของชีวิต ทำให้ขาดการเอาใจใส่ในรายละเอียดของวิชา   เมื่อสอบออกมาแทนที่จะได้ดีกลับได้คะแนนกลาง ๆ   เผลอ ๆ ก็อาจจะสอบตกไม่รู้ตัว

8.  สุขภาพไม่ดี
นักศึกษาบางคนก็ดีทุกอย่างแต่ว่าสุขภาพไม่ดี   เจ็บออด ๆ แอด ๆ ทำให้ไม่สามารถศึกษาเล่าเรียนได้เต็มที่   เรื่องอย่างนี้น่าเห็นใจ   เมื่อกลับไปมองคนที่สุขภาพดีทุกอย่างแต่ไม่สนใจเรียน ก็น่าจะเอาสุขภาพที่ดีมาแลกกัน

9.   ไม่เคยเห็นคุณค่าของอะไร
นักศึกษาบางคนบ้านรวยเกินไป   ทำให้ไม่เห็นคุณค่าของอะไรนอกจากเงิน   และคิดว่าเงินจะซื้อทุกอย่างได้   ทำให้คิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องมีวิชาความรู้ติดตัวก็มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต   และสามารถจ้างคนนั้นคนนี้มาทำงานให้แทนได้     ลืมนึกไปว่าอาจจะมีคนมาปอกลอกหลอกลวงให้เสียเงินมาก ๆ  ก็เพราะตัวเองไม่รู้วิชานี่แหละ    บางคนถึงกับคิดว่าถ้าสอบตกแล้วเอาเงินมาให้อาจารย์ก็จะสอบผ่านได้   ที่ร้ายกว่านั้นก็คือคนที่คิดว่าปริญญาซื้อเอาเลยก็ได้

10.   ไม่เคยอดทนและสู้กับสิ่งใดเลยในชีวิต
เรื่องบางเรื่องอาจจะไร้สาระ   เรื่องบางเรื่องอาจจะยากที่จะเข้าใจ   เรื่องบางเรื่องอาจจะหนักเกินไปที่จะทำไหว แต่ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญหน้าแล้วเราก็ต้องอดทนกับมัน และหาทางสู้   คนที่ไม่เคยอดทนและสู้กับสิ่งใดเลยมาก่อนในชีวิต   พอมาเจอเรื่องที่ไม่สบอารมณ์หรือเรื่องที่หนักหน่อยก็ท้อถอยแล้ว   แบบนี้จะไปชนะได้อย่างไร

ผมเล่ามาสิบข้อแล้วยังไม่มีข้อไหนที่บอกว่านักศึกษาหัวขี้เลื่อยเลย   ผมคิดว่าถ้านักศึกษาหัวขี้เลื่อยจริง ๆ คงสอบแข่งขันเข้ามาในมหาวิทยาลัยไม่ได้   ผมคิดว่าลักษณะนิสัยส่วนตัวต่างหากที่เป็นสิ่งที่กั้นนักศึกษาไว้จากความสำเร็จ

ทางแก้ไขทำอย่างไร   เราก็ทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิบข้อนี้ คือ   สนใจเข้าชั้นเรียน   ไม่บ่นมาก   จัดการเรื่องความรักให้ลงตัว   เลิกโทษโน่นโทษนี่   หัดมีความรับผิดชอบ   สร้างความเป็นระเบียบให้ตัวเอง   อย่าประมาท   รักษาสุขภาพ    รู้จักมองเห็นความสวยงามของโลก    อดทนและสู้


*/*/*/*
ครูขอเพิ่มอีกข้อ
11. ติดตลก  มองทุกอย่างเป็นเรื่องตลก เฮฮาตลอด
พอถึงเวลาต้องสกัดความรู้ออกมาใช้งาน มันก็มีแต่เรื่องตลกออกมาแทน เพราะมันติดเสียแล้ว ไม่ใช่ติดยา ติดเหล้า แต่ติดตลก
พอวันเวลาผ่านไป เพื่อน ๆ เรียนจบกันไปหมด ต้องเรียนกับรุ่นน้อง รุ่นหลาน คราวนี้ก็ตลกไม่ออกซะแล้ว

วันนี้เป็นอีก 1 วัน ที่นักศึกษาขาดเรียนเยอะมาก
เห็นแล้ว หัวใจจะวาย
ขอบคุณสำหรับความทุ่มเท

10 ความคิดเห็น:

  1. ผมเพิ่มให้อีกข้อ
    12.พูดคุย
    พูดคุยนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่หากพูดไม่ถูกที่ถูกเวลาแล้วจะทำให้เสื่อมเสียกับตนเอง
    และคนรอบข้างก็จะไม่ชอบ พอบ่อยเข้าอาจเกิดความรำคาญต่อผู้อื่น เช่น พูดคุยก่อนคาบเรียนพูดไม่จบสนุกดีอยากพูดต่อ เข้าห้องเรียนมาก็พูดกันต่อมันดี สนุก ตลก ขำ เรียนไม่เอาละ เดี๋ยวค่อยอ่านเอาเองก็ได้ เท่านี้แหละ จบกัน อุตส่าห์เข้าเรียนกลับไม่ได้สิ่งที่อาจารย์สอน ได้เพียงแต่คำดุจากอาจารย์และคำนินทาจากเพื่อนอีกต่างหาก พอผ่านไปนานๆเริ่มไม่รู้สึกกับคำว่าคำดุ สอบมาไม่เป็นไรเอาใหม่ยังเหลือคะแนนอีกเยอะ จากกะว่าจะได้ A กลับเป็น B C D จนอาจจะสายไป F ไปเลยทีนี้ เกรดออกส่งถึงบ้าน พ่อแม่ ถามทำไมทำไม่ได้หรอติด F ได้เกรดน้อย คุณก็จะตอบว่า อาจารย์ไม่ดี สอนอะไรไม่รู้วิชานี้ยากไม่เข้าใจ อาจารย์สอนไว โทษอาจารย์ไปอีก หรือบ้างคนหนักกว่านั้นไม่รู้ความว่าตนผิด โทษทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ใช่ตนเอง ทีนี้แหละคงได้สนุกกับรั้วมหาลัยอีกหลายปี เพื่อนๆเขาคงไม่รอหรอก!!!

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. section นี้ทำให้ชื่อเสียง เกียรติยศของครูต้องย่อยยับไปในทุก ๆ เรื่อง เป็นต้นว่า
      - ไม่เคยมีนักศึกษาเข้าห้องเรียนสาย ในวิชาของครูหลังจากเรียนกับไปแล้ว 2 สัปดาห์ --- ถูกทำลายไปเรียบร้อย
      - ไม่มีนักศึกษาขาดเรียน ในวิชาครูหลังจากที่เรียนกับไปแล้ว 2 สัปดาห์ - ถูกทำลายไปสิ้นเชิง
      - ไม่มีการคุยกันในห้อง เพราะถ้าคุยกันก็ไม่ได้ตอบยกป้าย - ก็ไม่เป็นความจริงอีกต่อไป
      - ป้ายเศษกระดาษ (คงนึกภาพออก) จะมีให้เห็นในสัปดาห์แรกเท่านั้น สัปดาห์ต่อมาทุกคนก็จะแข่งกันทำป้ายแจ่ม ๆ มาโชว์ (คล้ายของพณพล) แสดงตัวตนเต็มที่ - เรื่องนี้ก็หมดไปอีกเช่นกันใน section นี้
      - ภาพนั่งหลับ นั่งคุยกันไม่มี เพราะเดิมพันคะแนนมันสูง ตั้ง 10 คะแนนป้าย
      แล้วที่สอน ที่เอากลับมาถามใหม่ ก็เป็นความรู้ และ อยู่ในข้อสอบ

      นอกจากนั่นก็มีภาพแปลก ๆ เกิดขึ้น เช่น
      - เห็นนั่งสอบ lab อยู่ แต่พอเข้าห้องบรรยาย หายไปแล้ว สงสัยไปกินพริกไทยตรามือข้างบ้าน
      - หานักศึกษาที่จะมาเรียนทุกคาบ ได้น้อย (แต่ดีที่ยังมี)
      อัตตาหิ อัตตาโนนาโุถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และยังแปลได้อีกว่า ตนเองมีส่วนรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย
      ครูก็เลยคิดไม่ออกว่าจะทำวิธีใด
      วิธีที่จะได้ใจ ของนักศึกษาสุด love ใน section นี้

      ทั้งหมด ทั้งปวง เจ้าชืื่อเสียง เกียรติยศพวกนั่น มันไม่มีค่าอะไรหรอก
      เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุด ณ But Now ก็คือ
      เจ้าของ ดวงตากลม ๆ สองดวง ที่กำลังอ่าน ment นี้อยู่
      เป็นห่วง กังวล ว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร
      กับอาชีพ นักบัญชี ที่ต้องซื่อสัตย์ ซื่อตรง เคร่งครัด เจ้าระเบียบ เจ้ากฎเกณฑ์
      (หยุดบ่นได้แล้ว)

      ลบ
    2. ครับผมพอจะเข้าใจ!!!

      ว่ามันรู้สึกอย่างไร การพูดแล้วมีคนพูดแทรก หรือ ไม่มีคนฟังมันเจ็บปวด

      อุตส่าห์เตรียมตัวมาสอน หาสิ่งดีๆมาให้ ไม่มีใครฟัง มันู้สึกอย่างไรอันนี้ผมรู้ครับ

      ขอประธานโทษจริงๆ!!!

      ลบ
  2. อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ จนถึงคำว่า หยุดบ่นได้แล้ววว TT เหนื่อยแทนมากมาย แต่ก็เป็นหนึ่งในนั้นอยู่ดี ไม่มีคำพูดใดๆมากมาย ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะรู้สึกว่าอ่านแล้วมันจะใช่หมดทุกอย่าง = =' กลับมาคิดๆๆๆ อ่านแต่ละหัวข้อก็คิด แล้วก็เกิดคำพูดที่ว่า "ชั้นมันไม่ดี" !! จะพยายามเลิกโทษนั่นโทษนี่ โทษทุกสิ่งอย่างแล้วกลับมาแก้ไขตัวเอง ให้คนอื่นเลิกเหนื่อยเพราะเราบ้างได้แล้ว !!
    **ทุกอย่างที่พร่ำสอน ถ้านำมาคิดหาผลที่จะตามถ้าเราได้ทำตามคำสอนนั้น อาจจะทำให้เราโตเป็นคนที่มีความคิด เป็นคนที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงก็เป็นได้

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ภาษาวัยรุ่น พวก TT บ้าง = =' บ้าง ไม่เข้าใจ

      ลบ
  3. ผมคิดว่า ความจริงแล้วไม่มีใครโง่หรือฉลาดไปกว่าใครหรอกครับ แต่อาจเป็นเพราะ ความขี้เกียจ และ อคติ เข้ามาครอบงำจิตใจ ซึ่งทำให้ไม่อยากเรียนหรือทำอื่นๆ ซึ่งที่อาจารย์กล่าวมาข้างต้น ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเป็นเหมือนกันหมด แต่ผมเชื่อว่า ถ้าทุกคนลองเปลี่ยนมาลดอคติในวิชานั้น และ ขยันให้มากขึ้น ชีวิตก็อาจประสบความสำเร็จได้ครับ ไม่มากก็น้อย

    ตอบลบ
  4. กลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายของบทความ ก็ไม่ได้เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น
    ส่วนกลุ่มคนที่พอจะดูแลตัวเองได้ ก็เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น

    ไม่สามารถส่งสารไปถึงปลายทางได้

    ตอบลบ
  5. ในชีวิตของคนเรามีความโง่ในตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครฉลาดมาตั้งแต่เกิด อยู่ที่ตัวเราว่าจะเปลี่ยนแปลงจากความโง่ให้เป็นความฉลาดอย่างไร ในเรื่องการเรียน เมื่อทุกคนมาเรียนเพื่อหาความรู้ เราก็ควรจะมีความขยัน อดทน ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ไม่มีอคติกับวิชาที่เรียน หรือ อคติกับครูที่สอน การเรียนในวิชานั้นๆก็จะราบรื่น สนุกสนาน ไม่เครียด
    จากที่หนูได้อ่านในบทความของครูมาทั้งหมด แล้ว เหนื่อยใจแทนจริงๆๆค่ะ กับสิ่งที่นักศึกษาทุกคนทำอยู่ หนูคิดว่า สิ่งที่ครูบ่น ครูบอก ก็เพราะ ครูเป็นห่วง หวังดี อยากเห็นนักศึกษาทุกคนของครูประสบความสำเร็จในชีวิตในเรื่องการงาน และการเรียน
    อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะสิ้นสุดการเรียนการสอนในเทอมนี้แล้ว หนูก็จะตั้งใจเรียนและเข้าเรียนทุกครั้ง และจะเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนที่ครูคาดหวังว่า ในไม่กี่คาบจะเป็นการเรียนที่สนุกที่สุด ก่อนที่จะปิดเทอม ค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เขียนได้ดีแบบนี้ ก็สะท้อนให้เห็นว่า คุณพ่อ คุณแม่ คอยอบรม สั่งสอน เป็นอย่างดี

      ลบ