"ถ้าพูดไป เขาไม่รู้ อย่าขู่เขา ว่าโง่เง่า งมเงอะ เซอะหนักหนา ตัวของตัว ทำไม ไม่โกรธา ว่าพูดจา ให้เขา ไม่เข้าใจ ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด ...ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน ตนแชเชือน ใครจะเตือน ให้พ้นภัย..

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ขอชื่อบทความ และความคิดเห็น


เป็นข่าวใหญ่อีกข่าวหนึ่ง..


เมื่อ โกดัก ในนามของบริษัท อีสต์แมน โกดัก จำกัด ผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพ และฟิลม์ถ่ายภาพชื่อดัง ได้ยื่นเอกสารกฎหมายล้มละลาย หลังจากขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี รวมมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านดอลล่าร์

KODAK (โกดัก) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1880 เป็นที่หนึ่งในเรื่อง "กล้องถ่ายรูป" และ "ฟิลม์" ทั้งฟิลม์ถ่ายทำภาพยนตร์ และฟิลม์กล้องถ่ายรูป ไม่มีใครมาต่อกรได้ รวมเป็นระยะเวลาประมาณ 130 ปี
เมื่อโลกผันตัวเข้าสู่ยุคกล้อง "Digital" ชื่อของ KODAK เริ่มเลือนหายไป ๆ แม้ยังคงทำยอดขายได้ดีในตลาดฟิลม์ จากการขายม้วนฟิล์ม และกระดาษอัดรูป ด้วยคุณภาพที่ดีกว่าคู่แข่ง ใครถ่ายภาพมาพอควรคงคุ้นหู้กับการเลือกฟิล์ม iso 400 และกระดาษอัด Kodak royal ก็คุณภาพดีอย่างหนา


และเมื่อโทรศัพท์มือถือแปลงร่างเป็น Smart phone ความต้องการม้วนฟิล์ม และการล้างภาพอัดภาพ ก็เลือนจางไป
จำได้ไหมว่าไปล้างฟิลม์ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
ยิ่งมี facebook ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ลืมการล้างรูป อัดรูปไปได้เลย

แม้โกดักจะปรับเปลี่ยนตัวเองสู่กล้อง Digital แต่ก็ดูเหมือนจะช้าไปคู่แข่งไป 1 ก้าวเสมอ ๆ ถามง่าย ๆ ว่ามีใครใช้กล้อง digital ของ KODAK บ้างเอ่ย

ตำนาน 130 ปี มาถึงจุดอวสาน
แต่ในโลกธุรกิจ "ทุนนิยม" คำว่า "ล้มละลาย" ไม่ใช่คำน่าตกใจ เพียงแต่ ณ วินาที นี้การทำธุรกรรมการเงินทุกอย่างของบริษัทจะถูก แช่แข็ง และ เข้าดูแลหรือพิทักษ์ทรัพย์จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อรอให้ข้อมูลการเงินต่าง ๆ ถูกจัดระเบียบ เพื่อพร้อมให้ผู้สอนใจเข้ามาซื้อกิจการต่อไป เมื่อได้เจ้าของใหม่ ก็แล้วแต่ว่าเขาจะยังใช้ชื่อ KODAK ต่อไปอีกหรือไม่

อ่านแล้วก็ ตามชื่อบทความเลยนะ
ความคิดเห็นที่ทำให้ได้ความรู้ แง่คิด เพิ่มขึ้นคือสิ่งที่ต้องการ

14 ความคิดเห็น:

  1. บทความชื่อ หยุดเพื่อรอก้าวต่อไป
    หากประสบปัญหาขาดทุนมากๆก็จำเป็นที่จะต้องหยุดกิจการไปก่อน การหยุดไม่ได้หมายถึงการที่จะทำให้บริษัทที่มีมากว่า 130 ปีหายไปจากโลก เป็นเพียงแค่การหยุดเพื่อพัฒนาเท่านั้น ถึงแม้ว่าล้มละลายหมายถึงการเลิกกิจการไปโดยไม่สามารถทำดำเนินกิจการต่อได้ แต่ครอบครัวหรือลูกของเจ้าของกิจการสามารถทำกิจการต่อได้หากมีเงินมา take over พอ แต่หากยังไม่มีเงินพอ ก็สามารถที่จะพัฒนาสินค้าต่อไปรอวันที่มีโอกาส ค่อยกลับขึ้นมาบนตลาดโลกกับผลิตภัณฑ์ใหม่ หากเป็นอย่างที่ผมคิด เขาก็จะสามารถก้าวข้ามคู่แข่งไปได้โดยง่าย เพราะเขารู้ความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง แต่คู่แข่งไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบริษัทที่ล้มละลายนี้จะมีศักยภาพพื้นตัวเองให้ก้าวสู้ตลาดโลกอีกครั้ง หากมีบุคคลอื่นมี take over แทน ผมเห็นว่าน่าจะใช้ ชื่อเดิมหรือ ชื่อใหม่ ที่มีชื่อเดิมพวงเข้าไปด้วย ชื่อ KODAK OF LIFE น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้สินค้าขายได้มากกว่า เพราะ ลูกค้ามีความไว้วางใจในคุณภาพของสินค้าของบริษัทเก่าอยู่ แล้วยังมีฐานลูกค้าเก่าอีกจึงทำให้บริษัทไม่ต้องโฆษณาสินค้ามากนัก อีกทั้งยังสามารถกระจายส่วนแบ่งทางการตลาดไปยังผู้บริโภคอื่นๆได้อีกด้วย ด้วยการบอกต่อกันของลูกค้าเก่า จึงทำให้ผู้ประกอบธุรกิจคนใหม่ไม่ต้องลงทุนมากนัก และยังลงทุนน้อยกว่าการเปิดบริษัทใหม่อีกด้วย!!

    ตอบลบ
  2. KODAK OF CHANGE ผมว่าชื่อบทความน่าจะเป็นประมาณนี้ครับ
    เพราะ KODAK ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุค Digital
    ซึ่งถ้าไม่ทำการเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวเอง ก็จะอยู่ไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่า KODAK เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี และถ้าไม่มีคนคิดจะผลิดอะไรซักอย่างหนึ่ง ก็คงจะไม่มีคนคิดพัฒนาต่อๆไปเพื่อตอบสนองความต้องการหรอกครับ

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณทั้งสองความคิดครับ

    ตอบลบ
  4. แม้จะล้มแต่จะก้าวต่อไปเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น หนูว่าน่าจะประมาณนี้เพราะถึงแม้จะล้มละลายแต่ก็ไม่ได้หมายถึงจะปิดตัวลงแต่เป็นการปรับเพื่อพัฒนาให้ทันคู่แข่งและทันโลกDigitalมากขึ้น ไม่งั้นถึงแม้จะเปลี่ยนคนดูแลแต่ถ้าไม่พัฒนาก็อาจล้มได้เพราะโลกเปลี่ยนไปเร็วมากดังนั้นเมื่อมีเจ้าของคนใหม่ก็จะปรับตัวให้ดีขึ้นและผลิตสินค้าให้ตรงตามที่คนต้องการมากขึ้น

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ล้มแล้ว แต่จะก้าวต่อหรือไม่ ก็ยังไม่ทราบนะ ขึ้นอยู่กับคนที่จะมา take over

      ลบ
  5. " ล้มได้ก็ลุกขึ้นได้ " ถึงแม้ว่า KODAK จะล้มละลายแต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาหยุดการพัฒนาความก้าวหน้าของทางเทคโนโลยี
    มันยิ่งทำให้พวกเขาได้ความคิดใหม่ๆเพิ่มขึ้นเสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ให้ทันยุดสมัยของ Digital มากขึ้น
    มันก็ไม่ต่างจากการเรียนบางคนสอบผ่าน บางคนสอบไม่ผ่าน คนสอบไม่ผ่านมันทำให้พวกเขาได้มีการพัฒนาตนเองมากขึน เหมือนกับคำว่า "ผิดเป็นครู" ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามก็ต้องมีการล้ม ขาดทุน แต่ต้องลุกขึ้นใหม่ได้

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. KODAK ล้มละลายแล้ว ปิดฉากแล้ว อนาคตเป็นอย่างไรไม่ทราบได้ ขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นใหม่ อาจจะยังมีชื่อ KODAK อยู่ในตลาด หรือ ไม่มีก็ได้
      ดังนั่นที่ว่า ล้มได้ ก็ลุกได้ อาจจะเป็นจริง หรือ ไม่เป็นจริง ไม่มีใครรู้

      ลบ
  6. ชื่อบทความน่าจะเป็น "การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ของ KODAK"

    KODAK เป็นยี่ห้อกล้องถ่ายรูป ที่มีชื่อเสียง มีคุณภาพที่ดี ในการล้มละลายครั้งนี้ปิดตัวลงเพื่อการ ปรับเปลี่ยนตัวเองสู่กล้อง Digital ซึ่งถ้ามีผู้สนใจจะซื้อกิจการและผลิตต่อไป ในอนาคตเราก็อาจจะได้ใช้ KODAK ที่มีคุณภาพดีต่อไป

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ในบทความไม่ได้บอกว่าเป็นการปิดเพื่อปรับเปลี่ยนตัวเอง แต่อย่างใด

      ลบ
  7. "เมื่อ โกดัก ผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพ และฟิลม์ถ่ายภาพชื่อดัง ได้ยื่นเอกสารกฎหมายล้มละลาย หลังจากขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี รวมมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านดอลล่าร์"

    เนื่องจากปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทันสมัย ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ และมีการแข่งขันทางการตลาดสูงขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยก้าวหน้าขึ้น จึงทำให้เกิดการพัฒนาจากม้วนฟิมล์ เป็นกล้องดิจิตอลทำให้มีความสะดวกสบายในชีวิต และง่ายขึ้นต่อการ ถ่ายภาพ บางรุ่นก็สามารถปรับแต่งรูปได้ตามสมัย ถึงจะมีการปิดตัวลงของKODAK แต่อีกไม่นานก็คงจะมีการคิดค้นพัฒนาขึ้นมาใหม่ เทคโนโลยี ไม่หยุดอยู่เท่านี้

    ตอบลบ
  8. หนูว่ามันคงเป็นจุดจบของบริษัทแล้วล่ะค่ะ มันผิดตั้งแต่การที่โกดักส์ประเมินตลาดดิจิตอลต่ำไป ทำให้เดินนโนบายผิดพลาดในยุคดิจิตอลมาตลอด ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเมื่อเข้ายุคดิจิตอลแล้ว ชื่อของโกดักส์นี่เราแทบจะลืมเลือน โกดักส์หวังพึ่งแต่พวก ฟิล์ม กระดาษอัดรูปที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพของตนเอง ถึงแม้ว่าโกดักส์จะออกกล้องดิจิตอลมาในตลาดเป็นเจ้าแรก แต่ไม่ได้คิดจะใช้จุดเด่นและพัฒนาสินค้าของตนให้ล้ำหน้าบริษัทอื่น สาเหตุอาจเป็นเพราะบริษัทเองก็ไม่ได้คิดจะตีตลาดกล้องดิจิตอล ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของโกดักส์ จึงตามหลังคู่แข่งเสมอ ทั้งฟังก์ชั่น รูปลักษณ์ ต้องบอกด้อยกว่าคู่แข่งหลายขุม ไม่ว่าจะเป็น โซนี่ แคนนอน นิคคอน รวมถึง ฟูจิ ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งของโกดักส์มาตั้งแต่สมัยกล้องฟิล์ม หากเปรียบเทียบกับฟูจิแล้วถือว่าการพัฒนาของสองบริษัทถือว่าเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ฟูจิก้าวไปข้างหน้า รู้จักการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย แต่โกดักส์กับยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ ที่ตัวเองเคยยิ่งใหญ่ จึงไม่แปลกเลยที่จะล้มหายตายจากวงการ เพราะโลกทุกวันนี้เป็นโลกยุคโลกาภิวัฒน์ โลกแห่งการเปลี่ยนแปลง เพียงแค่เราหยุด คนอื่นก็จะก้าวนำเรา และโกดักส์ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ แต่จากนี้คงไม่ใช่โกดักส์เพียงบริษัทเดียวแล้วล่ะค่ะ ที่ล้มละลาย ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่จะต้องล้มละลายไปในอีกไม่ช้า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. น่าสนใจ วิเคราะห์ได้ดี ไม่แนะนำชื่อเรื่องหน่อยละ

      ลบ